อันตรายจากแสงสีฟ้าเพิ่มความเสี่ยงโรคตา

อันตรายจากแสงสีฟ้าเพิ่มความเสี่ยงโรคตา

ในสมัย COVID-19 อาจจะไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าคนทุกเพศทุกวัยดำเนินชีวิตบนโลกอินเตอร์เน็ตกันเกือบจะตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นเรียนรู้ผ่านทางออนไลน์ สัมมนาออนไลน์ ช็อปปิงออนไลน์ แชทไลน์ ผ่านทางคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ซึ่งมีแสงสีฟ้าออกมาจากจอของเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆด้วยเหตุผลดังกล่าวการรู้จักแสงสีฟ้าแล้วก็ดูแลปกป้องให้ถูกทางจะช่วยทำให้ไกลห่างจากโรคตาที่ไม่คาดคิด

อันตรายจากแสงสีฟ้าเพิ่มความเสี่ยงโรคตา
Asian woman use notebook computer at home

รู้จักกับแสงสีฟ้าเสี่ยงโรคตา
แสงสว่างที่มนุษย์ทุกคนสามารถแลเห็นได้อยู่ในตอนแสงสีขาว ซึ่งแสงสว่างขาวแบ่งได้ 7 สีหมายถึงม่วง คราม สีน้ำเงิน เขียว เหลือง แสด รวมทั้งแดง ซึ่งแต่ละสีมีความยาวคลื่นรวมทั้งพลังงานไม่เหมือนกัน แสงสว่างที่พวกเราแลเห็นได้จะอยู่ที่ตอนความยาวคลื่นโดยประมาณ 400 – 700 nm โดยแสงสีฟ้าอยู่ที่ตอนราว 400 – 500 nm ซึ่งแสงสีฟ้าเป็นแสงสว่างที่มีพลังงานสูงใกล้เคียงรังสีรังสียูวี (UV) อีกด้วย

ต้นเหตุของแสงสีฟ้า
ในชีวิตประจำวันการหลบจากแสงสีฟ้าบางทีอาจเกิดเรื่องยาก เพราะแสงสีฟ้ามีทั้งยังมีเหตุมาจากแหล่งพลังงานธรรมชาติ แล้วก็จากประดิษฐกรรมของคนเรา แม้กระนั้นจะมีจำนวนความเข้มข้นของแสงสีฟ้านานับประการ อย่างเช่น

แหล่งพลังงานธรรมชาติ อย่างเช่น พระอาทิตย์ (แสงอาทิตย์) ซึ่งเป็นบ่อเกิดแสงสว่างจากธรรมชาติที่มีจำนวนของแสงสว่างที่มีความเข้มเยอะที่สุด
เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆที่มนุษย์ทำขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หลอดไฟฟ้า แอลอีดี ตามอาคารบ้านเรือน หรือแม้กระทั้งไฟหน้ารถยนต์รวมทั้งด้านหลังรถยนต์ เครื่องไม้เครื่องมือดิจิทัลเป็นต้นว่า จอของโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต
ผลพวงจากแสงสีฟ้า
ในทุกวันพวกเราสามารถพบแสงสีฟ้าได้ตลอดระยะเวลา ทั้งยังจากแสงตะวันตามธรรมชาติรวมทั้งจากบ่อเกิดแสงสว่างต่างๆที่มนุษย์ทำขึ้น ความจริงผลพวงจากแสงสีฟ้าต่อสภาพทางด้านร่างกายมีทั้งยังผลในด้านที่ดีและก็ผลกระทบในด้านที่เสียหายถ้าเกิดใช้เครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อย่างไม่เหมาะสม

แปลงนาฬิกาชีวิต โดยธรรมชาติแสงสีฟ้าส่งผลต่อ Circadian Rhythm หรือนาฬิกาชีวิตที่ทำให้ร่างกายดำเนินงานปกติ ช่วยทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกมา ทำให้คล่องแคล่ว ทราบเวลาเข้านอน ทราบเวลาตื่น แต่ว่าถ้าหากโดนแสงสีฟ้าจากจอในกลางคืนตอนช่วงเวลาหนึ่ง ระบบนี้จะถูกก่อกวนทำให้มีลักษณะนอนไม่หลับ ตื่นทุกข์ยากลำบาก จนกระทั่งมีความคิดว่าร่างกายพักน้อยเกินไป และก็บางทีอาจทำให้เกิดผลกระทบกับงานหรือชีวิตประจำวันได้
ทะลวงอวัยวะ ด้วยสาเหตุอันเกิดจากที่แสงสีฟ้ามีพลังงานสูง เมื่อเทียบกับความยาวคลื่นของแสงสว่างในตอนอื่นๆก็เลยสามารถทะลุอวัยวะอย่างดวงตา ตั้งแต่กระจกตา เลนส์ตา ไปจนกระทั่งเรตินาที่อยู่ลึกเข้าไปและก็เป็นสาระสำคัญสำหรับในการเห็น เป็นอันตรายจากแสงสีฟ้า (Blue Light Hazard)
อ่อนแรง ปวดตา แสบตา เคืองตา ร้องไห้ ตาฝ้ามัว มักเป็นในผู้ที่ดำเนินงานหรือใช้จอเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน หรือรวมเรียกกรุ๊ปอาการนี้ว่า Computer Vision Syndrome ซึ่งอาจเป็นเพราะเนื่องจากดวงตาโดนแสงสีฟ้าจากจอโดยตลอด คลื่นแสงสว่างที่มีพลังงานสูง บางทีอาจทำลายเซลล์ผิวกระจกตาและก็เยื่อบุตา บวกกับการเขย่ากระพริบของจอ นำมาซึ่งการทำให้กล้ามดวงตาทำงานมากเยอะขึ้นสำหรับการปรับจุดโฟกัสภาพ การที่แสงสว่างจากจอที่น้อยเกินไปเหมาะสมแล้วก็ความไม่ชัดของตัวเขียนบนจอ ทำให้จะต้องจ้องดูมากเพิ่มขึ้นรวมทั้งกะพริบตาลดลง กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดอาการตาแห้ง
หน้าจอประสาทตาบางทีอาจเสื่อม เนื่องจากว่าแสงสีฟ้าสามารถทะลุเข้าไปรวมทั้งทำลายเซลล์รับแสงสว่างในเรตินา อาจจะทำให้การมองมองเห็นศูนย์กลางห่วยลงได้ แม้กระนั้นยังมีเพียงแค่การเรียนในสัตว์ทดสอบและก็ในห้องทดลองที่เจอการเช็ดกทำลายของเซลล์รับแสงสว่างในเรตินา ยังไม่การันตีแน่ๆว่าเป็นต้นเหตุของโรคเรตินาเสื่อมในคนแก่ (Age – Related Macular Degeneration)

วิธีขอรับเครดิตฟรีที่รวดเร็วที่สุด