เรื่องจริงของสโนไวท์ เธอคือใครในประวัติศาสตร์

เรื่องจริงของสโนไวท์ เธอคือใคร

เรื่องจริงของสโนไวท์ เธอคือใครในประวัติศาสตร์

หนึ่งในเทพนิยายยอดนิยมสูงที่สุดเห็นจะไม่พ้นเรื่องของสโนไวท์ ซึ่งถ้าหากว่าจะนับกันแล้ว พบว่ามีการเสนอออกมาสูงถึง 400 เวอร์ชั่น แม้กระนั้นเวอร์ชั่นที่พวกเรารู้จักกันดีและก็เป็นที่นิยมสูงที่สุด ชื่อว่า สโนว์ดร็อป มาจากตำนานท้องถิ่นของลูกพี่ลูกน้องกริมม์ เวอร์ชั่นนี้ก็อย่างที่แอดไม่นเคยเล่าไปหลายหนแล้วว่า ราชินีได้ขอพร ให้ได้บุตรสาวที่มีผมดำสนิทราวกับไม้อีโบนี่ ผิวขาวราวกับหิมะ แล้วก็ปากแดงดังสีเลือด แต่ว่าเมื่อให้กำเนิดเด็กทารก ราชินีก็เสียชีวิต แล้วก็กษัตริย์ได้สมรสใหม่กับหญิงสาวที่มักใหญ่ใฝ่สูงและก็กะล่อน ราชินีองค์ใหม่นี้มาพร้อมกระจกดีเลิศ แล้วก็ถูกใจถามกระจกเสมอว่า คนใดกันงามที่สุดในปถพี ซึ่งคำตอบก็จะเป็นพระนางอยู่ตลอด จวบจนถึงสโนไวท์เริ่มเติบโตขึ้นเป็นสาว และก็ความสวยสดงดงามเริ่มล้ำหน้าพระนาง เมื่อนั้นล่ะ ปัญหาก็เลยเกิดขึ้น ด้วยเหตุว่าราชินีอิจฉาริษยาในความสวยสดงดงามของสโนไวท์ กระทั่งตกลงใจสั่งการให้พรานป่านำตัวสโนไวท์ไปฆ่า และก็นำหัวใจกลับมาให้เป็นหลักฐาน แต่ว่านายพรานป่ากำเนิดความเห็นใจก็เลยปล่อยตัวปล่อยใจสโนไวท์ไป แล้วเอาหัวใจของกวางมาให้แทน สโนไวท์เข้าไปในป่าแล้วก็ได้เจอกับคนแคระแกร็น ก็เลยดำเนินชีวิตอยู่กับพวกเขา ในฐานะขี้ข้า ช่วยชำระล้างและก็ทำอาหาร กระทั่งวันหนึ่ง ราชินีก็สืบรู้เรื่องจริง ก็เลยตามมาไล่ล่าสโนไวท์ด้วยตัวเอง สโนไวท์รอดจากเล่ห์ของพระนางไปได้สองครั้ง แม้กระนั้นเมื่อถึงครั้งลำดับที่สาม คุณสลบไปด้วยพิษจากลูกแอปเปิ้ล คนแคระแกร็นนำร่างของสโนไวท์ไปใส่ด้านในหีบศพแก้ว และก็รอดูแลอย่างยอดเยี่ยม จนถึงวันหนึ่งพระราชโอรสผ่านมา รวมทั้งหลงเสน่ห์ ก็เลยขอโลงศพไป เพื่อจะจัดงานศพให้อย่างสมเกียรติ ระหว่างที่เดินทางอยู่ รถม้าชนแรงจนถึงผลแอปเปิ้ลหลุดจากปาก รวมทั้งสโนไวท์ก็ฟื้นคืนชีพ ทั้งสองได้สมรสแล้วก็ดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก

เรื่องจริงของสโนไวท์

ตัวจริงของสโนไวท์ในประวัติศาสตร์เป็นคนไหนกัน
นอกเหนือจากตำนานต่างๆแล้ว นักประวัติศาสตร์เช้าใจกันว่า สโนไวท์เป็นตำนานที่ได้แรงผลักดันมาจากบุคคลจริง ซึ่งก็คือ Margarete von Waldeck เคาน์เตสสาวชาวเยอรมัน ลูกหญิงของพระผู้เป็นเจ้าฟิลิปที่ 4 มาร์กาเร็ตเกิดในปี คริสต์ศักราช 1533 เมื่ออายุได้ 16 แม่เลี้ยงของคุณ Katharina of Hatzfeld กำเนิดความริษยาในรูปพรรณสัณฐานของลูกบุญธรรมสาวสวย เลยหาทางไล่ส่งไปอยู่ที่ บรัสเซลล์ มาร์กาเร็ตได้เจอรักกับเจ้าสาว ผู้คราวหลังครองตำแหน่งพระผู้เป็นเจ้าฟิลิปลำดับที่สองที่ประเทศสเปน อย่างไรก็ดี อีกทั้งบิดาแล้วก็แม่เลี้ยงต่างไม่เห็นพ้องกับความรักคราวนี้ เพราะว่าคิดว่าคือปัญหาด้านการเมือง ตอนท้าย มาร์กาเร็ตก็เสียชีวิตในวัยเพียงแต่ 21 ผลจากการพิสูจน์พบว่า คุณโดนวางยา หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชี้ไปที่พระผู้เป็นเจ้าฟิลิปลำดับที่สอง ว่าโกรธที่ถูกไม่ยอมรับ ก็เลยฆ่าคุณเสีย แม้กระนั้นเมื่อเวลาผ่านไป นักประวัติศาสตร์คนไม่ใช่น้อยเห็นว่า… บางครั้ง ผู้อยู่เบื้องหลังบางทีอาจเป็นแม่เลี้ยงของมาร์กาเร็ตก็เป็นไปได้

นอกเหนือจากตำนานของมาร์กาเร็ตแล้ว ก็ยังมีเพศหญิงอีกคนจากบาวาเรีย คนนี้มีชื่อว่า Maria Sophia von Erthal กำเนิดตอนวันที่ 15 เดือนมิถุนายน คริสต์ศักราช 1729 คุณเป็นบุตรีของพระราชโอรสฟิลิป คริสทอพ วอน เอ้อร์เทล รวมทั้งบารอนเนส วอน เบทเทนดอฟฟ์ ภายหลังจากบารอนเนสเสียชีวิต พระราชโอรสฟิลิปได้แต่งงานใหม่กับคลอเดีย เอเลิซาเบ็ธ มาเรีย วอน เวนนิงเก็น เคาน์เตสที่ Reichenstein เคาน์เตสชิงชังบุตรบุญธรรมเป็นอย่างยิ่ง ถัดมา พระราชโอรสได้มอบกระจก อันเป็นผลิตผลของ Lohr Mirror Manufacture (Kurmainzische Spiegelmanufaktur)ให้กับแม่เลี้ยงสาวผู้นี้ โดยกระจกมีความพิเศษเป็น สามารถตอบโต้ได้ แต่ว่าจะเป็นการกล่าวซ้ำๆที่ถูกบันทึกเอาไว้ ตัวกระจกถูกเรียกว่า “กระจกบอกได้” รวมทั้งเป็นของขวัญยอดนิยมกันมากมายในหมู่ชนชั้นสูงในสมัยนั้น

200 ปีถัดมา เช้าใจกันว่า ญาติพี่น้องกริมม์ ได้ได้โอกาสประสบพบเห็นกระจกบานนี้ ในพระราชวังของพระราชโอรสหรือที่เรียกกันว่าวัง von Erthal ซึ่งในเวลานี้ถูกเอามาปรับเป็นพิพิธภัณฑสถานในชื่อ Spessart Museum ประวัติความเป็นมานิดๆหน่อยๆของกระจก รวมทั้งเรื่องเล่าที่น่าดึงดูดของแม่เลี้ยงสาวผู้คลั่งไคล้ความสวยสดงดงาม คงจะทำให้ญาติพี่น้องกริมม์กำเนิดแรงผลักดัน และก็เป็นที่มาของเรื่องสโนว์ไวท์ในเวลาถัดมาเป็นของที่ได้รับความนิยมในสมัยนั้นซึ่งสามารถบอกได้ (ปัจจุบันนี้ กระจกบานนี้ถูกรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถาน Spessart Museum) ตัวกระจกนั้นถูกผลิตขึ้นในปี คริสต์ศักราช 1720

จะมองเห็นได้ว่าสาระของเรื่องของสโนไวท์ไม่ใช่อื่นใด เว้นเสียแต่ปัญหาเรื่องการอิจฉาในความสวยสดงดงามของหญิงผู้อยู่ในฐานะแม่ กับบุตรสาว ที่กำลังเติบโตเป็นสาว ปัญหานี้ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกยุคทุกสมัย พวกเรามองเห็นอยู่ตามสื่อเดี๋ยวนี้ได้มากมาย แล้วก็มั่นใจว่าคงจะมองเห็นได้ถัดไปเรื่อยจะมีเด็กหญิงที่จะต้องพบเรื่องแบบสโนไวท์อีกเยอะมาก แล้วก็อาจจะมีตำนานสโนไวท์ออกมาอีกหลายเรื่องอย่างแน่แท้

สล็อตออนไลน์