ขี้เหล็ก สมุนไพรพื้นบ้านที่ต้องรู้จัก

ขี้เหล็ก มีชื่อเรียกในทาง วิชาพฤกษศาสตร์ว่า Cassia siamea Lamk. ซึ่งคำว่า siamea ที่เป็นชื่อประเภทของขี้เหล็กนั้น มาจากคำว่า Siam หรือไทย ดังนี้ ด้วยเหตุว่าผู้ตั้งชื่อทางวิชาพฤกษศาสตร์รวมทั้งภาษาอังกฤษให้เกียรติประเทศสยาม (ตอนนั้น) ซึ่งเป็นแหล่งเกิดของต้นขี้เหล็กบ้าน ความเป็นจริงต้นขี้เหล็กบ้านเจอขึ้นกับตามธรรมชาติในหลายประเทศ เดิมเป็นไม้ในรอบๆเอเซียอาคเนย์ตั้งแต่แมื่อหมู่เกาะต่างๆของประเทศอินโดนีเซียไปจนตราบเท่าถึงประเทศศรีลังกาถัดมามีหัวหน้าเอาไม้ขี้เหล็กไปเป็นไม้ประดับ ขึ้นได้ในดินร่วมผสมทรายที่มีการระบายน้ำดี

การใช้ใบขี้เหล็กรักษาท้องผูกตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขพื้นฐาน) ใช้ใบขี้เหล็ก 4-5 กำมือ ต้มมัวแต่น้ำก่อนที่จะกินอาหาร

แก้อาการนอนไม่หลับ หนักใจ ไม่อยากอาหารใช้ใบแห้งหนัก 30 กรัม หรือใบสดหนัก 50 กรัม ต้มเอาน้ำก่อนนอน หรือใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองสุรา (ใส่เหล้าขาวเพียงพอท่วมยา แช่ไว้ 7 วัน คนวันแล้ววันเล่าให้น้ำยาเป็นประจำ กรองกากยาออก จะได้น้ำยาดองสุราขี้เหล็ก) ดื่มทีละ 1-2 ช้อนชา ก่อนนอน

แก้ท้องผูก เป็นยาระบาย ยาถ่าย ใช้ใบอ่อน 2-3 กำมือ หรือแก่นขนาดราว 2 องคุลี ใช้ 3-4 ชิ้น ใช้ใบขี้เหล็กอ่อนหรือแก่ต้มกับน้ำ 1-1½ ถ้วยแก้ว เพิ่มเกลือนิดหน่อย ดื่มเมื่อตื่นรุ่งเช้า หรือก่อนที่จะรับประทานอาหารเช้าตรู่ครั้งเดียว

ช่วยรักษารังแค ด้วยการใช้ดอกขี้เหล็กผสมกับมะกรูดปิ้งไฟ 2 ลูก โดยจำเป็นต้องปิ้งให้มีคราบไหม้ที่ผิวมะกรูดด้วย ใช้ดอกขี้เหล็ก 2 ช้อนโต๊ะ พิมเสน 1 ช้อนชา เอามาปั่นผสมกันแล้วเพิ่มเติมน้ำปูนใส 100 cc. ปั่นจนถึงถูกกัน แล้วคั้นกรองมัวแต่น้ำ หลังจากนั้นนำน้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะกอกเพิ่มผสมเข้าไปราว 60-100 cc. ผสมจนถึงเหมาะแล้วเอามาหมักผมทิ้งเอาไว้โดยประมาณ 20 นาทีก่อนจะมีการสระผมทุกหน จะช่วยรักษารังแคได้

นำใบขี้เหล็กมาต้มน้ำสำหรับอาบ ช่วยรักษาโรคผิวหนัง กำจัดเชื้อรา

ทุเลาลักษณะของการปวดจากพิษแมลงกัดต่อย ด้วยการนำมาส่วนต่างๆมาบดผสมน้ำน้อย ก่อนที่จะประคบรอบๆที่ถูกต่อย

ช่วยสำหรับในการห้ามเลือด ด้วยการนำใบ แล้วก็ดอกอ่อนมาบด รวมทั้งกดประคบไว้ที่แผล

ลำต้นขี้เหล็ก เป็นไม้ขนาดกึ่งกลาง มีลำต้นสูงราวๆ 5-15 เมตร ลำต้นมีลักษณะไม่สมมาตร ไม่เป็นวงกลม และก็มักบิดงอ เปลือกลำต้นมีสีเทาอมดำ เปลือกแตกเป็นร่องเล็กๆตามแนวยาว เมื่อจับจะรู้สึกสากมือ ลำต้นแตกกิ่งเยอะมากๆ เป็นทรงพุ่มไม้ใหญ่

• ใบขี้เหล็ก เป็นใบประกอบแบบขนจำพวกใบคู่ (ใบในที่สุดเป็นคู่) ใบแตกออกรอบๆกิ่ง เรียงสลับกัน มีใบหลักยาวโดยประมาณ 15-25 ซม. แต่ละใบหลักมีใบย่อย เรียงเป็นคู่ๆ7-16 คู่ ใบย่อยมีรูปร่างรี โคนใบ และก็ปลายใบมน แม้กระนั้นหลักเว้ากึ่งกลางของปลายใบน้อย ใบยาวราวๆ 3.5-4 ซม. กว้างราวๆ 1.5-2 ซม. แผ่นใบ และก็ขอบของใบเรียบ เส้นใบมองดูไม่ค่อยแจ่มแจ้ง ใบอ่อนหรือยอดอ่อนมีสีแดงอ่อน ใบแก่มีสีเขียวสด ไม่มีขน โดยใบอ่อนจะเริ่มแตกออกให้มองเห็นตั้งแต่ตอนกุมภาพันธ์ ซึ่งในช่วงนี้จะเริ่มเก็บยอดอ่อนมาทำครัวได้ แล้วก็ใบจะเริ่มแก่ในตอนต้นหน้าฝนราวๆเดือนมิถุนายน ซึ่งตอนนี้จะไม่เอามาทำครัว แม้กระนั้นถัดไปจะนำดอกอ่อนที่ออกในตอนก.ค.มาปรุงอาหารแทน

ดอกขี้เหล็ก แทงออกเป็นช่อขนาดใหญ่ โดยจะแทงออกเฉพาะรอบๆปลายกิ่งแค่นั้น ช่อดอกยาวโดยประมาณ 20-40 ซม. แต่ละช่อมีดอกจำนวนหลายชิ้น มากยิ่งกว่า 10 ดอก ดอกมีกลีบรองดอก 3-4 กลีบ กลีบมีสีเหลืองเข้ม ปริมาณ 5 กลีบ ที่มีขนาดเสมอกัน ต่อมาข้างในเป็นเกสรตัวผู้ 10 อัน ต่อมาเป็นเกสรตัวเมีย และก็รังไข่ ดอกจะเริ่มบานจากโคนช่อ เรื่อยจนกระทั่งปลายช่อ ดอกบานเต็มกำลังมีขนาดราวๆ 2.5-4 ซม. เมื่อดอกบานแล้ว 2-3 วัน จะหล่นล่นลงดินดอกจะบานในตอนก.ค.-ส.ค.เริ่มติดฝักในตอนสิงหาคม-เดือนตุลาคม

• ฝัก รวมทั้งเม็ด ผลขี้เหล็กเรียกว่า ฝัก มีลักษณะแบนยาว ฝักอ่อนมีสีเขียว ฝักแก่มีสีน้ำตาลอมดำ ขนาดฝักกว้าง 1.5 ซม. ยาว 15-25 ซม. ด้านในฝักมีเม็ดเรียงตามความยาวของฝัก ปริมาณ 20-30 เม็ด เม็ดมีรูปร่างรีแบน สีน้ำตาลอมดำ

 

ฟรีเครดิต ไม่ต้องฝาก ไม่ต้องแชร์